Top

‘I WILL’ .. be real Athlete

‘I WILL’ .. be real Athlete

โดย : R2DA W.

 

นักการตลาดทราบกันดีว่าสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เป็นที่จดจำ ต้องอาศัยองค์ประกอบมากมายหลายอย่าง แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดที่แบรนด์จะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกนั่นคือ ความชัดเจนใน “จุดยืนของแบรนด์” ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคทราบว่าทำไมจึงต้องเลือกแบรนด์นั้น ๆ

Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) หนึ่งในแบรนด์กีฬาระดับโลกเพิ่งเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังในประเทศไทยเพียงแค่หนึ่งปี ทำการตลาดแบบรุกหนักอย่างรวดเร็ว เพราะเวลาเพียงเท่านั้นก็เปิด Brand House แล้วถึง 8 สาขา แถมหนึ่งในนั้นยังเป็น Brand House ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยขนาด 380 ตารางเมตรที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์

ในตลาดระดับโลกแบรนด์ไนกี้และอาดิดาสซึ่งถือครองความเป็นเจ้าตลาดมาอย่างยาวนาน ต่างต้องหันมาจับตามอง อันเดอร์ อาร์เมอร์ ที่สามารถสร้างปรากฎการณ์ในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ ด้วยการคว้าส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ซึ่งแน่นอนอาดิดาสถูกเบียดตกไปอยู่เป็นอันดับที่ 3 ในขณะที่ไนกี้ยังคงเป็นที่นิยมอันดับ 1

 

BC 24 3

สำหรับตลาดในประเทศไทย อันเดอร์ อาร์เมอร์ ถือเป็นแบรนด์หน้าใหม่ จึงต้องริเริ่มเสริมสร้างแบรนด์ด้วยการสื่อสารการตลาดและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่ง อันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้วางจุดยืนของแบรนด์ไว้อย่างชัดเจนว่าเป็น ‘Performance Sportswear’ ที่มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีการออกแบบเสื้อผ้ากีฬาและอุปกรณ์ที่มีการพัฒนาให้เหมาะสมกับการออกกำลังกาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬา

ทั้งยังให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายแบบเทรนนิ่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของการเล่นกีฬาทุกชนิด เนื้อหาตรงนี้ทำให้ อันเดอร์ อาร์เมอร์ เป็นที่รู้จักดีในกลุ่มผู้ที่หลงใหลการออกกำลังกายแบบหนักหน่วง

ในขั้นตอนต่อไปของการสร้างความสำเร็จต่อยอดขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย รวมถึงนักกีฬาที่เทรนนิ่งเพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันกีฬาชนิดต่าง ๆ อย่างเข้มงวด อันเดอร์ อาร์เมอร์ จึงสร้างแคมเปญโดยใช้คำว่า ‘I WILL’ มีความหมายว่า ‘เราจะทำให้ได้’ มาเป็นหลักการสำคัญในการสร้างแคมเปญต่าง ๆ เพื่อดึงเอา ‘ความปรารถนาอย่างแรงกล้า’ และ ‘ความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น’ ที่มีอยู่ภายในตัวของทุกคนออกมา

 

BC 24 2

สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ริเริ่ม ‘Under Armour Test of Will 2016 ‘ อีเว้นท์แข่งความฟิตเพื่อค้นหาสุดยอดผู้แข็งแกร่งที่สุด เปิดพื้นที่ให้นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายแบบฟังก์ชั่นนอลเทรนนิ่งเพื่อทดสอบสมรรถภาพของตัวเอง ซึ่งจัดขึ้นรวม 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย

โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นรอบระดับประเทศ เพื่อค้นหานักกีฬา 4 คน เป็นตัวแทนของแต่ละประเทศเข้าร่วมแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นที่การ์เดน บาย เดอะ เบย์ สวนกลางกรุงแลนด์มาร์คสำคัญของสิงคโปร์ เพื่อค้นหา Brand Athlete หรือ นักกีฬาในสังกัด Under Armour ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

BC 24 4BC 24 5

ในงานนี้เปิดรับทั้งผู้ที่เป็นนักกีฬาอยู่แล้ว และเป็นเวทีสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีหัวใจของนักกีฬา ได้ร่วมทดสอบความแข็งแกร่งกับโจทย์การแข่งขันสุดหินที่ต้องเอาชนะขีดจำกัดของตัวเองให้ได้ 4 ด่าน ภายในเวลาเพียง 4 นาที โดยนับคะแนนจากจำนวนครั้งที่ทำได้ในแต่ละด่าน ประกอบด้วย Burpees, Squats, Dumbbell Press และ Pull-Up ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเกินความคาดหมาย ในการแข่งขัน 2 วัน มีผู้เข้าร่วมวัดกำลังกาย วัดกำลังใจถึง 511 คน และสามารถทำคะแนนรวมมากถึง 11,386 ครั้ง ขณะเดียวกันก็มีการแชร์กิจกรรมผ่านโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย

กิจกรรมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจในแบรนด์ดีเอ็นเอของ อันเดอร์ อาร์เมอร์ ได้เป็นอย่างดี และมอบประสบการณ์ของการเป็น ‘นักกีฬาตัวจริง’ ให้กับคนธรรมดาที่ไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาอย่างจริงจัง หรือไม่เคยได้รับสถานะว่าเป็นนักกีฬา ให้ได้ภาคภูมิใจกับการเข้าร่วมบททดสอบ ‘พลังใจ’ ว่า ‘I WILL’ ตามสโลแกนของการแข่งขันที่ว่า “Life is not a test of what you can. It is a test of what you will” ชีวิตไม่ใช่เพียงแค่บททดสอบว่าเราสามารถทำอะไรได้ แต่มันคือการทดสอบว่าเราจะทำอะไรได้ต่างหาก

เมื่อได้รับผลตอบรับดีขนาดนี้ อันเดอร์ อาร์เมอร์ จึงตัดสินใจสานต่อกิจกรรมนี้ในปีหน้า เพื่อตอกย้ำให้ลูกค้าชาวไทยได้เข้าถึงแบรนด์และสร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเป็นการสร้างคอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบการเทรนนิ่งให้เติบโต ฉะนั้นสาวก อันเดอร์ อาร์เมอร์ เตรียมฟิตซ้อมกันตั้งแต่วันนี้ได้เลย เพราะในเวที Under Armour Test Of Will 2017 ต้องมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

 

mkteventmag
No Comments

Post a Comment