Top

Inventors’ Day : Inventors’ Way

Inventors’ Day : Inventors’ Way

Text : Boonake A.

 

 

เมื่อวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของไทยได้กลับมาเป็นที่พูดถึงในสังคมกันอีกครั้ง นั่นคือช่วงเวลาในการจัดงาน ‘วันนักประดิษฐ์’ ประจำปี 2561 อีเวนท์ใหญ่ที่ถือได้ว่าเป็นการรวบรวมงานประดิษฐ์ โครงงานด้านนวัตกรรมที่นำมารวบรวมไว้ด้วยกันได้มากที่สุดในประเทศ จนเรียกได้ว่ามางานนี้งานเดียวเสมือนได้หลุดเข้าไปฮับของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยทั้งประเทศเลยทีเดียว

 

นอกจากความยิ่งใหญ่ในเนื้องานแล้ว แง่งามของงานนี้ยังมีอะไรมากกว่านั้น กล่าวคือบนพื้นที่แห่งนี้เป็นเสมือนพื้นที่สร้างสรรค์ในการต่อยอดแรงบันดาลด้านการค้นคว้า เพื่อสร้างหนทางให้กับนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีฝัน อยากสร้างผลงานของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์แก่สังคม ซึ่งงานนี้เปิดโอกาสให้เข้าถึงความต้องการนั้นได้อย่างครบถ้วน

 

เมื่อวันนักประดิษฐ์มีความยิ่งใหญ่และมีความหมายกับประเทศมากมายอย่างที่ได้กล่าวไป MKT Event ฉบับนี้ จึงอยากพาคุณผู้อ่านไปเจาะลึกทุกองค์ประกอบของงาน ลองเปิดตา เปิดใจ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมงานนี้จึงสามารถสร้างรอยทางให้แก่นักวิจัยและนักประดิษฐ์ของไทยได้อย่างแรงกล้า ไปอ่านกันเลย

 

จอมกษัตริย์นักประดิษฐ์ ผู้สร้างแสงสว่างให้วงการนักประดิษฐ์ไทย

ก่อนที่จะพูดกันถึงเรื่องงานวันนักประดิษฐ์ เราคงต้องพูดถึงความสำคัญที่ทำให้เกิดวันนักประดิษฐ์ขึ้นในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี

วันดังกล่าวถือได้ว่าเป็นวันสำคัญอย่างมากกับวงการนักประดิษฐ์ของประเทศไทย เพราะเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทำการประดิษฐ์นวัตกรรมสำคัญเพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้พ้นจากปัญหาน้ำเน่าเสียอย่างยั่งยืน นั่นคือ นวัตกรรม “เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “กังหันชัยพัฒนา”

และวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 คือวันที่พระองค์ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์อย่างเป็นทางการ ดังนั้นในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีในเวลานั้นจึงมีมติประกาศให้วันนี้เป็น “วันนักประดิษฐ์” เพื่อเทิดพระเกียรติจอมกษัตริย์นักพัฒนา และเป็นที่ระลึกในวาระการจดทะเบียนและออกสิทธิบัตรให้แก่พระมหากษัตริย์ พระองค์แรกของโลก

นอกจากกังหันชัยพัฒนา พระองค์ยังทรงประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อบำบัดทุกข์ภัยให้ประชาชนคนไทย และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ วันนี้เราได้นำ 9 นวัตกรรมที่พระองค์ได้ทรงคิดค้นและพัฒนามาให้ทุกท่านได้อ่านกัน ดังนี้

 

  1. เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) : ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธย เลขที่ 3127

เครื่องกลเติมอากาศที่ใช้การเติมออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับผิวน้ำ เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสีย โดยหลักการวิดน้ำขึ้นไปสาดกระจายในอากาศให้เป็นฝอย ให้ปริมาณออกซิเจนในอากาศเข้าไปผสมกับน้ำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้จุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ได้ทั้งแบบติดตั้งและเคลื่อนที่ ช่วยลดความสกปรกของน้ำได้ด้วยต้นทุนการผลิตต่ำ นอกจากนี้กังหันน้ำชัยพัฒนายังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor ภายในงาน “Brussels Eureka 2000” ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม อีกด้วย

  1. เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ : ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2544 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธย เลขที่ 10304

เครื่องกลเติมอากาศที่ใช้การเติมออกซิเจนที่ระดับลึกลงไปใต้ผิวน้ำจนถึงด้านล่างของแหล่งน้ำ โดยจะดึงน้ำเสียที่อยู่กับบ่อ เข้าผสมกับอากาศและเกิดคลื่นน้ำ ทำให้น้ำไหลหมุนเวียน น้ำเสียจะผสมกับออกซิเจนในอากาศ ซึ่งทำให้น้ำมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังสามารถดัดแปลงใช้เป็นปั๊มดูดตะกอนเลนได้อีกด้วย โดยปิดทางเข้าอากาศ ตัวเครื่องประกอบด้วย ชุดสูบน้ำและชุดอัดอากาศ ต่ออยู่บนเพลาเดียวกันโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 แรงม้า เป็นตัวขับเคลื่อนลอยตัวอยู่บนทุ่นเกือกม้า

  1. การใช้น้ำมันกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล : ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2544 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธย เลขที่ 10764

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนผ่านโครงการส่วนพระองค์ มาตั้งแต่ปี 2522 หนึ่งในความสำเร็จคือ การพัฒนาไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม โดยผสมดีเซลกับน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 โดยปริมาตร ได้คุณภาพเดียวกับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วตามข้อกำหนดของกรมธุรกิจพลังงานทุกประการ ไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ ไม่ต้องรอดีเซลหมดถัง ผู้ใช้สามารถเติมน้ำมันปาล์มดีเซล ผสมกับน้ำมันที่เหลือในถังได้เลย น้ำมันนี้ยังช่วยเพิ่มการหล่อลื่น ช่วยป้องกันการสึกหรอของปั๊มหัวฉีด และลดมลพิษในไอเสียของเครื่องยนต์อีกด้วย

  1. การใช้น้ำมันกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ : ถวายการรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2545 ได้รับอนุสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย เลขที่ 841

เป็นการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม สำหรับใช้หล่อลื่นเครื่องยนต์สองจังหวะ เช่น เครื่องรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ปาล์มเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันต่อพื้นที่ปลูกสูง และสามารถผลิตใช้เองได้ภายในประเทศ

  1. การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง) : ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2545 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธย เลขที่ 13898

โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นในปี 2498 จากปัญหาภัยแล้งในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทั้งที่เป็นช่วงฤดูฝนและท้องฟ้ามีเมฆมากแต่ฝนกลับไม่ตก ในหลวงจึงทรงมีพระราชดำริการทำฝนเทียม โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์กับทรัพยากรที่มีอยู่ ในที่สุด “ฝนหลวง” หรือ “ฝนเทียม” ได้กำเนิดขึ้นจากการประยุกต์ผลการวิจัยของประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอิสราเอล โดยกรรมวิธีนั้นเป็นการทำฝนทั้งในระดับเมฆอุ่นที่ระดับต่ำกว่า 1 หมื่นฟุต และเมฆเย็นที่ระดับสูงกว่า 1 หมื่นฟุต พร้อม ๆ กันซึ่งทรงเรียกว่า “ซุปเปอร์แซนด์วิช”

  1. ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย : ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2546 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธย เลขที่ 14859

เป็นภาชนะเพื่อรองรับปัสสาวะ ที่ประยุกต์ใช้ได้ทั้งผู้ป่วยและผู้ที่ต้องเดินทางหรือติดการจราจรอยู่บนท้องถนนไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้ ขนาดกะทัดรัด รูปลักษณ์ทันสมัย ราคาประหยัดกว่าอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยในหลวงทรงออกแบบขณะประชวร

  1. อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว : ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2547 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธย เลขที่ 16100

เป็นเครื่องยนต์ที่ขับดันน้ำเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรือ และได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม โดยผลักดันระบายน้ำในแม่น้ำและคูคลองต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑลให้ไหลออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. การปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน) : ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 22637

เป็นการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวที่ไม่สามารถเพาะปลูกพืช ให้เป็นดินที่มีสภาพที่เหมาะสมสำหรับปลูกพืชต่าง ๆ ได้ โดยเริ่มจากแกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด จนกระทั่งถึงจุดที่พืชไม่สามารถเจริญงอกงามได้ ด้วยวิธีการเลียนแบบธรรมชาติที่ทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไปเพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ปลดปล่อยกรดกำมะถันออกมา ทำให้ดินเป็นกรดจัดเปรี้ยวสุด จากนั้นจึงชะล้างความเปรี้ยว ปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะแก่การปลูกพืชต่อไป

  1. น้ำลายเทียมชนิดเจลสำหรับผู้ที่มีภาวะปากแห้งน้ำลายน้อย (วุ้นชุ่มปาก)

เพราะภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย ทำให้ผู้ป่วยเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและได้รับความทุกข์ทรมานในการดำรงชีวิต มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงดำเนิน “โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมน้ำลายเทียมชนิดเจล” ขึ้น จนได้ผลิตภัณฑ์ชื่อว่า “วุ้นชุ่มปาก” (Oral Moisturizing Jelly) มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำลายที่หลั่งออกมาตามธรรมชาติมาก สามารถปรับสมดุลสิ่งแวดล้อมในช่องปากให้เป็นกลาง โดยไม่ก่อให้เกิดการละลายของผิวฟัน และไม่ดึงเอาแร่ธาตุออกจากฟัน ทั้งยังมีความปลอดภัย กลืนเพื่อให้ความชุ่มชื้นในลำคอได้ ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นในช่องปากทั่วไปที่มีวัตถุกันเสียจึงไม่สามารถกลืนลงคอได้

จากข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ที่เรานำเสนอสะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในด้านการประดิษฐ์คิดค้นของพระองค์ได้อย่างชัดเจน พระองค์ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์” ที่เปรียบเสมือนแสงไฟส่องทางอันโชติช่วงให้นักประดิษฐ์รุ่นหลังได้เดินตามรอยพระยุคลบาท ทั้งยังทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนในสังคมที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มนักคิดนักทดลอง แต่รวมไปถึงบุคคลทั่วไปให้ได้มองเห็นถึงความสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมให้ดีขึ้นอีกด้วย

 

 

 

หลังจากได้ทราบถึงที่มาของการเกิดขึ้นของงาน “วันนักประดิษฐ์” ที่มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบิดาแห่งนักประดิษฐ์เป็นแรงบันดาลใจแล้ว เราเลยอยากพาคุณผู้อ่านมาสำรวจดูว่าวันนักประดิษฐ์ประจำปี 2561 ที่เพิ่งจัดกันอย่างยิ่งใหญ่เต็มพื้นที่อีเวนท์ฮอล์ 98-99 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคบางนานั้นมีความน่าสนใจมากแค่ไหน และงานในครั้งนี้จะสามารถประกาศความเก่งกาจของนักประดิษฐ์ไทยให้โลกเห็นได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราจะพาคุณไปชมให้เห็นกับตา

 

ความน่าสนใจของงานในปีนี้ถูกขับเน้นให้เห็นตั้งแต่พิธีเปิดงาน จากคำพูดใจความหนึ่งบนเวทีของนายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในฐานะแม่งานหลัก ได้กล่าวไว้ว่า

 

“กว่า 2 ทศวรรษ ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.ได้มีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมงาน ‘วันนักประดิษฐ์’ เพื่อเป็นกลไกในการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของสถาบันการศึกษา  หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างการบูรณาการของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนผลักดันให้สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมโดยฝีมือคนไทยได้ถูกนำไปพัฒนาต่อยอด และสามารถเชื่อมโยงส่งต่อถึงผู้ใช้งานและผู้ใช้ประโยชน์ ทั้งในภาคประชาชน และภาคการบริการ”

 

เช่นเดียวกันกับคำแถลงบนเวทีของพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวไว้ว่า

 

“ประเด็นหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและไม่สามารถที่จะละเลยได้ คือ การเผยแพร่และผลักดันผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งในภาคชุมชน สังคม และภาคอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง จนเกิดเป็นวัฒนธรรมการใช้ความรู้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เป็นหลักยึดในการประกอบอาชีพ การพัฒนาผลิตผล ผลิตภัณฑ์ และการใช้ชีวิตประจำวัน เป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ที่ทัดเทียมกับพัฒนาการของประเทศที่เจริญแล้ว และนำพาประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ที่ก่อให้เกิดมูลค่า เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน”

 

ต้องบอกเลยว่างานนี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ เพราะนอกจากเนื้อที่การจัดงานที่กว้างขวางแล้ว ยังอัดแน่นด้วยผลงานการประดิษฐ์ของหน่วยงาน สถาบันการศึกษาทุกระดับ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่พร้อมใจกันนำนวัตกรรมของตนมาสร้างเป็น Innovation Show Case จำนวนกว่า 2,000 ผลงาน

ด้วยผลงานจำนวนมาก ทำให้ผู้จัดสามารถนำมาสร้างเป็นธีมนิทรรศการการจัดอย่างยิ่งใหญ่ในชื่อ ‘ตลาดนัดเปิดโลกผลงานวิจัยและนวัตกรรม’ ซึ่งทาง วช. ได้ใช้ธีมนี้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งตลาดนัดเปิดโลกฯ สามารถแยกย่อยกลุ่มผลงานออกมาได้ถึง 7 กลุ่ม คือ

 

  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์เพื่อความมั่นคง : ผลงานสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์สนาม เครื่องมือสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ การป้องกันและการรับมือการก่อการร้ายและการคุมคามต่อความมั่นคงในรูปแบบต่าง ๆ การักษาความสงบเรียบร้อยให้กับชายแดนและชายฝั่ง
  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์เพื่อการเกษตร : ผลงานประดิษฐ์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อความความมั่นคงทางอาหารและทางการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง เกี่ยวกับด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว การบรรจุหีบห่อ เครื่องมือจักรกลด้านการเกษตร ปศุสัตว์ การประมง รวมถึงผลิตภัณฑ์เกษตร และสมุนไพรแปรรูป
  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์เพื่ออุตสาหกรรม : ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมหนักอย่างเช่น ชิ้นส่วน อะไหล่ เครื่องจักรกล โลหะการ โรบอต ปัญญาประดิษฐ์ อากาศยานไร้คนขับ ระบบดิจิทัล
  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม : ผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนในสังคม การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ อาทิ สื่อการเรียนการสอน สื่อทางการศึกษา สื่อการเรียนรู้ เกมของเล่น กิจกรรมสันทนาการ การออกแบบหลักสูตร เทคนิคการเรียนรู้การเรียนการสอน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ
  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์เพื่อการแพทย์และสาธารณสุข : นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสุขอนามัยที่ดีต่อประชาชน อาทิ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข เครื่องมืออุปกรณ์ ชุดทดสอบทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม นวัตกรรมเพื่อสร้างเพื่อลดอุบัติเหตุและการตาย นวัตกรรมเพื่อสูงอายุผู้ทุพพลภาพ และนวัตกรรมเพื่อสร้างสุขภาวะทางกายและจิต
  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์เพื่อพลังงาน : ผลงานสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน อาทิ เทคโนโลยีในการผลิตพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด เทคโนโลยีอุปกรณ์ เพื่อลดการใช้พลังงาน ประหยัดพลังงานการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน การพัฒนาของเสียเพื่อนำกลับมาใช้พลังงาน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • กลุ่มสิ่งประดิษฐ์เพื่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม : ผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม การอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ทางทรัพยากรต่าง ๆ การป้องกันและปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น อุทกภัย วาตภัย ไฟป่า การลดมลภาวะทางอากาศ การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร

 

เจ็ดกลุ่มสิ่งประดิษฐ์ที่เราไล่เรียงไป เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของงาน ภายในงานยังมีการแบ่งโซนนิทรรศการออกเป็นหลายส่วน อาทิ

  • นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพวรางกูร
  • นิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช บรมนาถบพิตร ‘พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย’
  • นิทรรศการรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ
  • นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์จากภูมิปัญญาไทย
  • นิทรรศการสิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคมผู้สูงวัย
  • นิทรรศการบัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทย และบัญชีนวัตกรรมไทย

นอกจากการแบ่งโซนดังกล่าว ในงานยังมีโซนสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ กิจกรรมเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักประดิษฐ์รุ่นใหม่ ที่มีทั้งการประกวดสิ่งประดิษฐ์ การประชุม การเสวนาให้ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนวงการสิ่งประดิษฐ์ การเวิร์คชอปเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม รวมถึงคลินิกให้คำปรึกษาสำหรับนักประดิษฐ์ที่สนใจพัฒนาและต่อยอดผลงานไปสู้การสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมถึงการจดลิขสิทธิ์เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

และจากการที่ได้เข้าชมกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน เราได้มีโอกาสพูดคุยกับนักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาเพื่อดูความก้าวหน้าของการประดิษฐ์ของไทย ดูผลงานของนักวิจัยไทยเพื่อหาแรงบันดาลใจไปสร้างงาน สร้างโครงงานวิทยานิพนธ์ของตัวเอง หลายคนยอมรับว่าได้ไอเดียไปต่อยอดหลากหลายรูปแบบมาก รวมถึงยังได้ความสนุกในการเลือกซื้อสินค้านวัตกรรมหลายอย่างที่หาไม่ได้จากที่ไหนไปใช้ด้วย

ในส่วนของผู้ประกอบการ เราได้พูดคุยกับผู้ประกอบการโรงงานเหล็กแห่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมในงานนี้ ด้วยความคาดหวังถึงไอเดียใหม่ ๆ ที่จะนำไปใช้ต่อยอดธุรกิจ เพราะในงานมีงานประดิษฐ์เชิงอุตสาหกรรมหลายอย่างที่มีประโยชน์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการผลิตได้ รวมถึงมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักวิจัยหลายท่าน ก็ยิ่งได้ความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น การได้มางานครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนมายด์เซ็ตที่มีต่อวงการการสร้างนวัตกรรมของไทยไปได้อย่างสิ้นเชิง

นี่คือสิ่งดี ๆ ที่งาน ‘วันนักประดิษฐ์’ ได้สร้างสรรค์ให้กับประเทศไทย สำหรับใครที่พลาดในปีนี้ ขอให้อดใจรอไปในปีหน้า เชื่อว่าในครั้งต่อไป ผู้จัดต้องมีอะไรใหม่ ๆ มาเซอร์ไพรส์ให้เราตื่นตา ตื่นใจ มากยิ่ง ๆ ขึ้นไปอย่างแน่นอน เชื่อเถอะ

 

ตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัล

 

  1. ชุดอุปกรณ์รับประทานข้าวเหนียว : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาชัญ นักสอน

            : ระดับดีเด่น สาขาปรัชญา

เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในการรับประทานข้าวเหนียวโดยที่ไม่ต้องใช้มือสัมผัสโดยตรง มีลักษณะการใช้ที่เหมาะสมมากกว่าการใช้ช้อนและส้อม เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของการรับประทานสำรับข้าวเหนียวให้มีความเป็นสากล ลดความแตกต่างทางชนชั้น เพิ่มความสะดวกในการรับประทาน และส่งเสริมการบริโภคอย่างมีสุขอนามัย

 

  1. ระบบตรวจวัดกลิ่นแอมโมเนียและค้นหาตำแหน่งรั่วแบบโครงข่ายไร้สายบนเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง : ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ และคณะ

            : ระดับดีมาก สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์

อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกออกแบบเพื่อให้การทำงานของอุปกรณ์ตอบโจทย์ตามความต้องการ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการเดินสาย และสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก นอกจากนี้ยังสามารถทำงานได้ดีทั้งในที่ร่มและกลางแจ้ง อีกทั้งยังสามารถคำนวณพื้นที่การรั่วของก๊าซได้จากระบวนการคำนวณที่มีความซับซ้อน ทำให้สามารถกำหนดจุดในการซ่อมแซมหรือแก้ไขได้รวดเร็ว

 

  1. การพัฒนาผงคาร์โบไฮเดรตจากข้าวเจ้าไทยเป็นวัสดุทางการแพทย์คล้ายดินสำหรับอุดห้ามเลือดที่กระดูกมนุษย์ : รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิทธิพร บุณยนิตย์ และคณะ

            : ระดับดีมาก สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์

เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์สำหรับอุดห้ามเลือดที่ออกจากกระดูกมนุษย์ชนิดย่อยสลายได้ ที่ใช้ข้าวเจ้าเป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยประดิษฐ์ขึ้นให้มีเนื้อสัมผัสคล้ายดินเหนียว สามารถห้ามเลือดได้เช่นเดียวกับขี้ผึ้ง แต่มีข้อดีกว่าคือสามารถดูดซึมและย่อยสลายได้ภายในร่างกายมนุษย์อย่างสมบูรณ์

 

  1. กลไกข้อเข่าเทียมสำหรับผู้พิการขาดเหนือเข่า : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพรัช ตั้งพรประเสริฐ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชัญญาพันธ์ วิรุฬห์ศรี

            : ระดับดีมาก สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์

เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์มุ่งเน้นในการออกแบบให้มีลักษณะการเคลื่อนที่คล้ายเข่าจริงตามธรรมชาติ โดยใช้กลไกชนิดหลายจุดศูนย์กลางหมุน มีเสถียรภาพของการเดินครบทุกตำแหน่งของวงจรการเดิน กลไกชิ้นส่วนน้อย สามารถประกอบง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน

 

  1. การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งจากภาคเกษตรกรรมสำหรับงานพิสูจน์หลักฐานอาชญากรรม : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เขมฤทัย ถามะพัฒน์ และคณะ

            : ระดับดีมาก สาขาเกษตรศาสตร์และชีวิวิทยา

เป็นกระบวนการและเครื่องมือสำหรับตรวจหาลายนิ้วมือบนพื้นผิวทุกประเภทได้อย่างรวดเร็วภายในไม่ถึง 1 นาทีโดยใช้ผงเปลือกมังคุด ซึ่งไม่ต้องใช้ร่วมกับวิธีอื่นเพื่อเพิ่มความคมชัดของลายนิ้วมือ ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร รวมถึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ตรวจหา

 

  1. เครื่องทำน้ำแข็งสำหรับใช้ในการผ่าตัด : ศาสตราจารย์ ดร.สมชาย วงศ์วิเศษ และคณะ

            : ระดับดีมาก สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย

เป็นการพัฒนาเครื่องทำน้ำแข็งสำหรับใช้ในการผ่าตัด ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ ระบบทำความเย็นแบบอัดไอ และอุปกรณ์ทำให้น้ำเกลือในภาชนะเคลื่อนที่ โดยเครื่องจะทำงานร่วมกันระหว่างสองระบบ โดยที่คอยล์เย็นของระบบทำความเย็นแบบอัดไอที่ติดตั้งบริเวณผนังด้านนอกของภาชนะรองรับน้ำเกลือ และอุปกรณ์ทำให้น้ำเกลือในภาชนะเคลื่อนที่จะสร้างการสั่นสะเทือนให้น้ำเกลือขณะทำแข็ง ทำให้น้ำแข็งที่ได้มีลักษณะกึ่งของเหลวผสมตามที่ต้องการ ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมน้ำแข็งของแพทย์ผู้ผ่าตัดหัวใจ ลดปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจต่อการติดเชื้อจากน้ำแข็ง และลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจของผู้ป่วยผ่าตัดหัวใจได้

 

  1. ระบบฟื้นฟูกล้ามเนื้อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ‘ไจโรโรลเลอร์’ : รองศาสตราจารย์ ดร.ปัณรสี ฤทธิประวัติ และคณะ

            : ระดับดีมาก สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย

เป็นการพัฒนาเครื่องกายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยใช้หลักการไจโรสโคป เพื่อสร้างแรงฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ซึ่งเครื่องกายภาพบำบัดนี้มีการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เพื่อสร้างเกมให้ผู้ป่วยได้เล่นไปในระหว่างการฟื้นฟูทั้งทางด้านการเคลื่อนไหว ทักษะด้านการรับรู้และความเข้าใจ การทำงานประสานกันของมือและตา โดยผู้ป่วยเป็นผู้ควบคุมการเคลื่อนที่ของระบบบำบัดและฟื้นฟูกล้ามเนื้อและแขน ไจโรสโคปแบบล้อไจโรโรลเลอร์เคลื่อนที่ไปตามแกนระหว่างบำบัด ส่งผลให้ผู้ป่วยได้ออกแรงควบคุมกล้ามเนื้อได้หลากหลายยิ่งขึ้น

 

  1. กระบวนการเตรียมของผสมยางธรรมชาติและซิลิกาด้วยเทคนิค in situ sol-gel : นางสาวปิยะดา สุวรรณดิษฐากุล และคณะ

            : ระดับดีมาก สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา

เป็นกระบวนการเตรียมของผสมยางธรรมชาติและซิลิกา โดยอาศัยเทคนิค in situ sol-gel อันเป็นปฏิกิริยาเคมีช่วยเปลี่ยนสารละลายโซเดียมซิลิเกตให้เป็นอนุภาคซิลิกา และทำให้อนุภาคซิลิกาแขวนลอยให้เป็นของแข็งภายใต้สภาวะเป็นกลาง (PH 7-8) เป็นวิธีการเตรียมของผสมยางธรรมชาติ และซิลิกาแบบใหม่ ลดปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่นซิลิกา ทำให้สะดวกปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน จึงเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรมแปรรูปยางทุกประเภท

 

 

ตัวอย่างการสร้างนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ

 

สามพลังดอกไม้สีเหลืองเพื่อผิวพรรณอ่อนเยาว์ : ศ.ดร. พรงาม เดชเกรียงไกรกุล

รางวัลจากงาน Soul International Invention Fair 2017

“เป็นการนำสารสกัดจากดอกไม้สีเหลืองทั้ง 3 ชนิด คือ ดอกราชพฤกษ์ ดอกขี้เหล็ก และดอกดาวเรือง ไปสร้างเป็นส่วนผสมของเซรั่ม หรือเอสเซนส์ สำหรับจำหน่ายในประเทศหรือต่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่ได้เป็นเครื่องสำอางที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทั้งยังช่วยชะลอวัยของผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกปัญหาผิว ปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เป็นการต่อยอดจากดอกไม้ไทย สร้างเป็นมูลค่าเพิ่มที่ตอบสนองกับความต้องการของคนรุ่นใหม่”

 

กระถางรักษ์โลก : นางสาวณัฏฐนิชา ชิตเจริญ และนางสาวธันยชนก ไพมณี

รางวัลจากงาน Soul International Invention Fair 2017

“เป็นกระถางที่สามารถสูบน้ำที่เก็บไว้จากการรดครั้งที่แล้ว โดยมีปั๊มเป็นตัวดึงน้ำขึ้นมารดใหม่ เหมาะอย่างมากกับผู้ต้องการประหยัดเวลา ทั้งยังช่วยประหยัดน้ำ และข้างใต้นอกจากใช้ปลูกต้นไม้ยังใช้เป็นที่ใส่ของได้อีกด้วย ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความเอนกประสงค์ และการประหยัดทรัพยากร”

 

พี.ที. บล็อก บล็อกก่อผนังไร้ปูนก่อฉาบ ที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันเสียงและความร้อนในตัวเอง : นายประชุม คำพุฒิ    

รางวัลจากงาน Soul International Invention Fair 2017

“พี.ที. บล็อก สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุก่อทำผนังโดยไม่ต้องฉาบปูน สามารถใช้กับบ้านพักอาศัย และอาคารที่ต้องการประหยัดพลังงาน และไม่ต้องการเสียงรบกวน ทั้งยังมีความสวยงามแปลกตา ส่วนประโยชน์ที่ได้รับก็น่าจะเกิดขึ้นกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้างในแง่การเพิ่มรายได้ ช่วยลดต้นทุนในการฉาบผนังของผู้รับเหมา ช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้าง และช่วยอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมด้วย”

 

 

แผ่นปิดเมือกเห็ดนาโนป้องกันแผลกดทับ : ผู้ช่วยศาสตรจารย์ ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์

รางวัลจากงาน Soul International Invention Fair 2017

“นวัตกรรมนี้เป็นการรวมกันของยาแผนไทยและวิธีการสมัยใหม่ที่สกัดสาระสำคัญจากเห็ดพื้นบ้าน และยาสมุนไพรไทยขึ้นรูปเป็นแผ่นปิดเมือกเห็ดนาโน นอกจากการป้องกันแผลกดทับแล้วยังสามารถรองรับข้อต่อต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันการระคายเคืองแผล ช่วยเพิ่มสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยติดเตียง”

 

 

ชุดพลิกล๊อค : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา, นายสรวิชญ์ ถิระวัฒน์ทยานนท์, นายวรรณกร อินทร์ปิ่น, นางสาวอรวรรณ บุตรจินดา, นายกุละพัฒน์ วันดี และนางอัมพร ธีรวรกุล

รางวัลจากงาน 13th Teipei International Invention Show & Technomart 2017

“ชุดพลิกล๊อกคืออุปกรณ์ผูกยึดรูปแบบใหม่ที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในผู้ป่วย การใช้งานง่าย สามารถปลดชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้ตามอาการผู้ป่วย ช่วยในการพลิกตัวให้มีความสะดวกมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการเจ็บปวดให้แก่ผู้ป่วย และช่วยลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ในการดูแลพลิกตัวผู้ป่วยด้วย”

 

การพัฒนาและวัดผลทางคลีนิกของเครื่องพยุงน้ำหนักตัวของคนไข้ขณะเดิน : พันโท นายแพทย์ บุระ สินธุภากร

รางวัลจากงาน 13th Teipei International Invention Show & Technomart 2017

“เครื่องรองรับน้ำหนักจะช่วยปรับเปลี่ยนบรรยากาศแก่ผู้ป่วยให้ไม่น่าเบื่อ ลดอาการบาดเจ็บ และเจ็บปวดระหว่างการทำภายภาพ ลดระยะเวลาผู้ป่วยในการพักฟื้นในโรงพยาบาล อีกทั้งยังเสริมสร้างนิสัยใสใจเรื่องการดูแลสุขภาพแก่ผู้ป่วย เพื่อให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย เกิดการสร้างสุขภาพแบบองค์รวม ป้องกันการเจ็บป่วย ลดภาวะแทรกซ้อนภายหลังได้”

 

เลนส์มิวส์อาย นวัตกรรมใหม่ของกล้องจุลทรรศน์แบบพกพา : นางสาวอัชฌา กอบวิทยา

รางวัลจากงาน 45th International Exhibition of Invention of Geneva

“เป็นกระบวนการผลิตเลนส์พอลิเมอร์กำลังสูงแบบไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ เป็นการใช้หยดพอลิเมอร์ขึ้นรูปเป็นเลนส์ เมื่อมีความร้อนและความเร็วของการเลื่อนหัวเข็มที่เหมาะสม เครื่องมือนี้ทำให้นักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม สนุกกับวิทยาศาสตร์แบบลงมือทำเอง ในโรงเรียนที่ขาดแคลนนักเรียนสามารถใช้เลนส์มิวอายในการทำโครงงานประกวดทางวิทยาศาสตร์ได้”

 

รับส่งนักเรียนปลอดภัย รวดเร็วด้วย Flash Fetch : เด็กชายชยรัฐ หวังวีระ, เด็กชายเอกชล ประสพผล, เด็กชายรพีพัทธ์ รัตนเตมีย์, เด็กชายพุฒิเมธ กิจจารุวรรณกุล และเด็กชายพร้อม เสริมศักดิ์ศศิธร

รางวัลจากงาน 45th International Exhibition of Invention of Geneva

“นักเรียนจะติดเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่ตนเอง ลักษณะคล้ายนาฬิกาข้อมือ เมื่อเดินผ่านจุดรับสัญญาณ ระบบจะแสดงตำแหน่งของตนในโปรแกรมที่จัดทำขึ้น ซึ่งผู้ปกครองสามารถตรวจสอบตำแหน่งได้จากโทรศัพท์มือถือ เมื่อนักเรียนอยู่ในโซนหรือตำแหน่งที่พร้อมรับกลับบ้าน ผู้ปกครองสามารถส่งสัญญาณแจ้งว่ากำลังมารับได้ทันที  ช่วยลดปัญหารถติดในเวลาโรงเรียนเลิกได้ดี”

mkteventmag
No Comments

Post a Comment