Top

Learn to Fly Like a Professional

Learn to Fly Like a Professional

ในยุคปัจจุบันต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมการจัดงานประเภทอีเวนท์ ถือได้ว่าเป็นเครื่องจักรธุรกิจใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทย ทั้งยังเป็นแม่เหล็กดึงเงินเข้าสู่ประเทศได้ไม่แพ้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้อุตสาหกรรมอีเวนท์ของไทยเติบโต เบ่งบานต่อเนื่องยาวนานตลอด 20 ปีที่ผ่านมา จนกล้าพูดได้ในวันนี้ว่าประเทศไทยคือฮับอันยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมอีเวนท์ในอาเซียนไปแล้ว

 

ถึงแม้จะเติบโตจนเป็นฮับ อีกทั้งภาครัฐฯ ยังให้การสนับสนุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่เรายังไม่มีสถาบันการศึกษาไหนสร้างภาควิชาที่เกี่ยวกับงานอีเวนท์ และการจัดการด้าน MICE โดยตรงเลย หากจะมีก็เป็นเพียงแค่การเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญไปบรรยายให้ความรู้ในคลาสเรียนเท่านั้น นับเป็นเรื่องย้อนแย้งที่ชวนให้ต้องตั้งคำถาม

 

จากช่องโหว่ที่ชวนสงสัยตรงนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้บริหารบริษัทอีเวนท์สองท่าน คือ คุณเนตรนิภา สิญจนาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัม จำกัด และเป็นบรรณาธิการบริหาร นิตยสาร MKT Event และคุณพิเชษฐ ตุรงคินานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิร์คแมนชิพ เซ็ท แอนด์ ดีไซน์ จำกัด และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บูลเลต เทรนนิ่ง ร่วมคิดร่วมสร้างคอร์สเทรนนิ่งที่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของวงการอีเวนท์ออแกไนเซอร์บ้านเรา โดยเปิดคอร์สเทรนนิ่งแรกที่ชื่อว่า ‘อีเว้นท์มือใหม่’ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากจะประสบความสำเร็จในสายงานนี้ได้อบรมกันอย่างเข้มข้น 2 วันเต็ม

 

ว่าแต่ในรายละเอียดที่มาที่ไปของคอร์สนี้จะเป็นอย่างไร มีแง่มุมน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน รวมถึงในคอนเทนต์นั้นจะสามารถสร้างภูมิปัญญา และคุณูปการทางความรู้ให้แก่คนอีเวนท์ในบ้านเราได้เพียงใดนั้น เป็นที่มาให้เราต้องมานั่งพูดคุยกับทั้งสองท่านโดยละเอียดในบทสัมภาษณ์ใหญ่ฉบับนี้

 

 

MKT Event  : นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่คนทำงานด้านอีเวนท์ออแกไนซ์ตัวจริงจับมือกันสร้างเทรนนิ่งคอร์ส เพื่องานอีเวนท์โดยเฉพาะขึ้นมา

เนตรนิภา : ใช่ค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่เรา (MKT Event) จับมือกับทาง Bullet Training เพื่อสร้างองค์ความรู้เผยแพร่ให้แก่คนทำงานอีเวนท์ทุกรูปแบบ

 

 

MKT Event  : แล้วคอร์ส เทรนนิ่ง อีเวนท์มือใหม่มีที่มาอย่างไร

เนตรนิภา : ที่มาที่ไปของงานนี้ที่จริงแล้วเกี่ยวเนื่องกับ ‘สมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน’ หรือ EMA (Event Management Associate) ซึ่งตัวดิฉันเองเป็นหนึ่งในกรรมการสมาคมฯ มองว่าควรจะมีกิจกรรมอะไรให้คนรุ่นใหม่บ้าง เมื่อได้โจทย์นี้ คณะกรรมการทุกท่านเลยปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรให้เกิดเป็นกิจกรรมได้บ้าง หารือกันจนตกผลึก ได้ออกมาเป็นไอเดียว่าเราต้องสร้างคอร์สการเรียนแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่เน้นให้ความรู้โดยเฉพาะเกี่ยวกับสายงานอีเวนท์ จากนั้นก็เลยมาพูดคุยกับทาง Bullet Training

 

 

MKT Event  : ทาง Bullet Training เข้ามาร่วมกันจัดคอร์สนี้กับ MKT Event ได้อย่างไร

พิเชษฐ : ผมเองกับคุณเนตรนิภา เราเคยร่วมงานกันมานาน และผมเองก็ทำคอร์สเทรนนิ่งของตัวเองมาแล้วเป็นเวลากว่า 5 ปี พอได้คุยกับทางคุณเนตรนิภาถึงการสร้างโปรเจกต์ของ EMA ก็เลยอยากนำจุดแข็งตรงนี้มานำเสนอ เพราะตัวผมเองทำงานในวงการนี้มากว่า 20 ปี คุณเนตรนิภาก็เช่นกัน เราสองคนเห็นตรงกันว่าควรนำความรู้และประสบการณ์มาถ่ายทอดให้แก่คนรุ่นใหม่ โนว์ฮาวตรงนี้เป็นตัวช่วยให้คนที่เริ่มต้นไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน และไม่ต้องปวดใจเมื่อต้องพบกับความผิดพลาดหน้างานเหมือนที่เราเคยเจอเมื่อตอนเริ่มต้นใหม่ ๆ

เนตรนิภา : เหมือนเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในธุรกิจนี้ ซึ่งเราใช้เวลา 20 ปีในการทำองค์กร เรียนผิดเรียนถูกมาเยอะ ใช่บ้าง ไม่ใช่บ้าง มีวิธีดูแลลูกค้าในแต่ละรูปแบบที่แตกต่าง มีวิธีหาสไตล์การจัดงานในรูปแบบเฉพาะตัว เราจึงอยากนำมุมมองเหล่านี้มาสร้างประโยชน์แบ่งปันให้คนรุ่นใหม่ ให้เขาสามารถสร้างองค์กรหรือสร้างงานอีเวนท์ที่ดีสำหรับสังคม หรือดีสำหรับอุตสาหกรรมโดยรวม ก็จะช่วยยกระดับวงการการจัดงานในบ้านเราให้เติบโตเร็วขึ้น

 

 

MKT Event  : การเรียนการสอนนี้เสมือนเป็น Shortcut ใช่ไหม

พิเชษฐ : ใช่ครับ เพราะเวลามันไม่เคยรอใคร ยิ่งทำอะไรให้เร็วได้ ก็ควรรีบทำ แล้วไม่ใช่แค่เร็วเท่านั้นนะครับ ต้องทำอย่างไรให้การจับกลุ่มและถ่ายทอดข้อมูลนี้เกิดขึ้นโดยไม่มี่ค่าย ไม่มีสี ดังนั้นคอนเซปต์ของเราคือการสลายขั้ว เราทำความรู้เพียว ๆ เรื่อง Commercial ถอยไปเก็บไว้ก่อน เราจะใช้ความรู้นำทุกอย่างมาก่อน

 

 

MKT Event : การนำเอาความรู้และประสบการณ์ของเราทั้งหมดไปแบ่งปัน มันไม่เหมือนเป็นการสร้างคู่แข่งทางธุรกิจหรือ

เนตรนิภา : ดิฉันมองว่าทุกธุรกิจมันมีแพลตฟอร์มของมัน เรายกทั้งแพลตฟอร์มน่าจะดีกว่าการก้าวกระโดดแค่ส่วนใดส่วนหนึ่ง เพราะมันไม่สามารถยกระดับทั้งธุรกิจ ดังนั้นถ้าเราร่วมกันช่วยพัฒนา แบ่งปันความรู้ แบ่งปันประสบการณ์แก่คนรุ่นใหม่บนความรู้ที่เราให้ไป ใช้ให้ถูกทาง ธุรกิจอีเวนท์มันจะยกทั้งระดับ

พิเชษฐ : มันคงดีกว่าที่เราปล่อยผ่านแล้วทำไม่รู้ แล้วเขาทำงานออกมาผิดพลาด โดนลูกค้าวิจารณ์ต่อว่าด่าเสียหาย ซึ่งมันจะกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีว่าคนสายอีเวนท์เป็นพวกมักง่าย ไม่มีความรู้ไม่มีโนว์ฮาวก็มาทำได้ ลูกค้าเขาจะมองว่าเราเป็นพวกฉาบฉวย อย่างน้อยต้องมีสแตนดาร์ดที่มันใกล้เคียงกัน

เนตรนิภา : เป็นมาตรฐานจากคนรุ่นเก่าที่สร้างไว้ดี ซึ่งเขาก็สามารถใช้มาตรฐานนี้มาอ้างอิงเป็นแพลตฟอร์ม เพื่อวัดว่าถ้าทำต้องประมาณนี้นะ ถึงจะเรียกว่าดี ถึงจะเรียกว่าโอเค

 

 

MKT Event  : คนที่สมัครเข้ามามีกลุ่มใดบ้าง เป็นคนในแวดวงอีเวนท์ทั้งหมดไหม

เนตรนิภา : ไม่ทั้งหมดค่ะ  คนที่มาอบรม เราแบ่งเป็น 3 กลุ่ม มีกลุ่มที่สอนด้านอีเวนท์ กลุ่มผู้ประกอบการอีเวนท์ และกลุ่มที่อยากรู้จักอีเวนท์มากขึ้น ก็คือกลุ่มลูกค้าจากแบรนด์สินค้า และคนทำงานในเอเจนซี่ต่าง ๆ

พิเชษฐ : ในใจเรา เราอยากให้คนกลุ่มที่ 3 มาเรียนกัน เพราะคนกลุ่มนี้กับออแกไนเซอร์ต้องมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ซึ่งคอนเทนต์การสอนที่เราวางน่าจะสามารถจูนทั้ง 2 ฝั่งให้รู้เงื่อนไขในการทำงานซึ่งกันและกัน ในบางจุดที่มันจะต้องตกลงกันให้ได้ ทำให้การเตรียมงานการผลิตมีความลื่นไหลมากขึ้น

 

 

MKT Event  : แล้วในส่วนของอาจารย์หรือผู้ทำธุรกิจกับวงการอีเวนท์มาเรียนคอร์สนี้ เขาจะได้อะไรกลับไปบ้าง

เนตรนิภา : แน่นอนคุณจะได้ประสบการณ์ระดับมืออาชีพของพวกเรากลับไป ถ้าคุณเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็สามารถเอาความรู้เหล่านี้ประยุกต์ใช้กับวิชาการเรียนการสอนนักศึกษาได้ ในส่วนของผู้ประกอบการนั้น อย่างที่บอกไปเขาจะได้โนว์ฮาวด้านการจัดการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในงานอีเวนท์ที่พวกเราสั่งสมมา 20 ปี ไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างการทำงานแบบมืออาชีพในวงการนี้

 

 

MKT Event  : ถ้าเรามองเชิง SWOT Analysis จุดแข็งที่สุดของคอร์สเทรนนิ่ง ‘อีเวนท์มือใหม่คืออะไร

พิเชษฐ : ถ้าให้วิเคราะห์ จุดแข็งของคอร์สนี้ก็คือวิทยากรทั้งหมดที่เราเลือกมา เพราะเราคัดระดับมือโปรของวงการมาแทบทั้งหมด เรียกได้ว่าอยู่ในวงการนี้มานานและเก่งด้วย ชื่อเสียงทุกคนจะโดดเด่นมาก

เนตรนิภา : ต้องบอกว่าคนที่อยู่ในสายงานนี้ที่อยู่นานและเก่งจริงมีจำนวนน้อยมาก ดังนั้นทุกคนจึงไม่ค่อยมีเวลามาทำอะไรแบบนี้ ทุกคนมีองค์กร มีภารกิจ มีบริษัทที่ต้องดูแล การแบ่งเวลามาให้ความรู้ตรงนี้จึงเป็นเรื่องยาก และไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ได้

 

 

MKT Event  : เรียกว่าสิ่งที่ดีที่สุดของคอร์สนี้คือเอาคนที่เก่งที่สุดและไม่มีเวลามากสุด มาถ่ายทอดความรู้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ในการดึงคนเหล่านั้นเข้ามา

พิเชษฐ : ใช่ครับ แล้วไม่ใช่แค่ความยากในการรวบรวมเท่านั้น ในขั้นตอนเซ็ตอัพก็ยาก เพราะตอนแรกที่คิดจะทำ วิทยากรต่าง ๆ ก็ยังไม่มั่นใจว่าเราเป็นใคร ตัวจริงหรือเปล่า ทำธุรกิจแฝงหรือเปล่า พอพิสูจน์ระยะหนึ่งว่าเราทำเพื่ออะไร มันก็ง่ายขึ้น หลัง ๆ ก็มีคนเสนอตัวมาเป็นวิทยากรมากขึ้น จนผมและคุณเนตรนิภามีแพลนในอนาคตว่าจะเปิดคอร์สเฉพาะทางเพิ่มเติม

 

 

MKT Event  : ทราบมาว่านอกจากอยากจะให้ความรู้แล้ว ทั้งสองท่านยังอยากฉายภาพจริงของวงการอีเวนท์ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นใช่หรือไม่

เนตรนิภา : ใช่ค่ะ อันนี้เป็นเรื่องที่เราอยากสอดแทรกให้คนรุ่นใหม่ หรือคนที่เข้ามาอบรมได้เห็นการทำงานอีเวนท์ในความเป็นจริงว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ และไม่ใช่เรื่องสวยหรูเหมือนที่หลายคนคิด ได้เจอดารา ได้เอนเตอร์เทนคน ซึ่งมันมีรายละเอียดมากมายที่ไม่มีใครรู้

พิเชษฐ : โดยเฉพาะในส่วนงานครีเอทีฟและงานด้านโปรดักท์ชั่น ซึ่งถือเป็นแกนหลักของอาชีพออแกไนเซอร์

 

 

MKT Event : พอจะยกตัวอย่างความยากของงานโปรดักท์ชั่นในงานอีเวนท์ให้ฟังได้ไหม

เนตรนิภา : งานด้านโปรดักท์ชั่นความยากของมันคือคุณภาพของการผลิต คือมันไม่ใช่แค่การดีลงานกับซัพพลายเออร์ แต่มันจะต้องรู้ด้วยว่าคุณเลือกใช้ซัพพลายเออร์หรือเลือกใช้อะไร มันเหมาะสมกับงานรูปแบบไหน และต้องสอดคล้องกับงบประมาณที่ลูกค้ากำหนด บนเงื่อนไขเวลาที่ถูกควบคุมอย่างเคร่งครัด นี่คือมุมของการผลิตที่เราได้นำมาสอนในคอร์ส

พิเชษฐ : Case Study ต่าง ๆ ที่เราสอน มันจะอยู่ในช่วงนี้เยอะ เพราะความผิดพลาดในการผลิต ในการติดตั้ง มันเป็นมหากาพย์ที่สนุกที่สุด ปัญหาลม ฟ้า อากาศ ส่วนประกอบทุกอย่างที่เกิดกับอีเวนท์มันมีหลากหลาย และรุนแรงมากเทียบกับอาชีพอื่น ๆ ในไลน์คล้าย ๆ กัน โดยเฉพาะปัญหาหน้างานที่มีให้แก้ไขเยอะมาก

เนตรนิภา : เรียกว่าเอาประสบการณ์เหล่านี้มาโชว์ เพื่อหาวิธีแก้ไขให้คุณโดยเฉพาะเลย

 

 

MKT Event  : เชื่อว่าเทรนนิ่งคอร์สนี้จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่เข้าร่วมได้มองเห็นมิติของงานอีเวนท์ที่ลึกซึ้งมากขึ้นไหม

พิเชษฐ : ส่วนหนึ่งก็เป็นอย่างนั้น แต่ในอีกส่วนเราอยากให้กำลังใจคนทำงานในวงการนี้ด้วย เพราะเขาอาจจะตระหนกตกใจกลัวว่างานที่ทำอยู่จะหายไปไหม จะโดนสื่อโซเชียลฯ เบียดไหม เราอยากให้กำลังใจ สร้างมุมมองใหม่ให้รู้ว่าอาชีพนี้มันผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะแล้ว  ไม่เคยล่มสลายหายไปไหน เทียบกับอาชีพอื่น ๆ ต่อให้คุณมีอะไรมาทดแทน อีเวนท์ก็ยังเป็นประสบการณ์ตรงที่ไม่ว่าใครก็สามารถสัมผัสได้ อยู่ที่เราจะปรับตัวอย่างไร มาคุยอะไรที่อัพเดทกัน เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้ามา ให้เห็นว่ามันไม่ใช่อีเวนท์แบบเดิม ๆ อีกแล้ว

เนตรนิภา : เราอยากทำให้รู้ว่าอีเวนท์มันคือการสื่อสารแบบ Two-Way Communication และไม่ใช่เพียงแค่การสื่อสารสองทางเท่านั้น มันยังสร้างประสบการณ์ให้คนดูสามารถสัมผัสได้อีกมากมาย ซึ่งสามารถใช้สร้างแบรนด์เชิงการตลาดก็ได้ สร้างภาพลักษณ์ให้แก่ใครบุคคลไหนก็ได้ ตรงนี้คือพลังของอีเวนท์ที่เราอยากให้คุณเห็น

 

 

MKT Event  : กับเทรนนิ่งครั้งต่อ ๆ ไป ในฐานะที่คุณทั้งสองเป็นคนสร้างคอนเทนต์เนื้อหา อยากจะเจาะลึกอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้การเทรนนิ่งมีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

พิเชษฐ : ก็มีหลายหัวข้อที่เราเก็บใส่ลิสต์เอาไว้ แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุด น่าจะนำมาพัฒนาเป็นคอร์สได้ก็คือเรื่อง Special Event ประเภท Festival ซึ่งเป็นเทศกาลงานขนาดใหญ่ ที่ตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์ในการจัดงานของบ้านเรา อีกเรื่องหนึ่งคือการจัดงาน Exhibition, Exposition ที่กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ก็จะนำหัวข้อต่าง ๆ ที่ตั้งไว้เหล่านี้มาดีเบตกับทางคุณเนตรนิภาให้ออกมาเป็นเนื้อหาที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้ประโยชน์ที่สุด

 

 

MKT Event  : สุดท้ายมีอะไรอยากฝากถึงผู้ประกอบอีเวนท์ในบ้านเราไหมครับ

เนตรนิภา : กับธุรกิจอีเวนท์ ดิฉันเชื่อว่าประเทศไทยยังมี Growth อีกเยอะ เราสามารถเป็นฮับของงานอีเวนท์ และไมซ์ของอาเซียนได้ ถ้าในวันนี้ผู้ประกอบการของเรามีแหล่งเรียนรู้ที่สามารถติดอาวุธทางปัญญาในการทำงานอีเวนท์ได้ ก็เชื่อว่าอุตสาหกรรมของเราจะสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว เราถึงเริ่มให้ความรู้กับคุณตั้งแต่วันนี้ เพราะถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ เมื่ออนาคตเดินทางมาถึง ทุกอย่างมันก็อาจจะสายไปก็ได้ ฉะนั้นนี่คือการเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุด ก่อนที่คุณจะออกบินอย่างมืออาชีพ ซึ่งเราเชื่อว่าความรู้ที่เราให้สามารถสร้างความสำเร็จในอนาคตให้คุณได้แน่นอน

mkteventmag
No Comments

Post a Comment