Top

How Healthy Trends can Change Your Life?

How Healthy Trends can Change Your Life?

เชื่อว่าเราทั้งหลายต่างรับรู้และเข้าใจกันมาอย่างยาวนานอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายและการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับชีวิตในเบื้องต้น ซึ่งเรื่องจริงก็เป็นอย่างนั้นนั่นแหละครับ

            ในโลกยุคใหม่หลังปี 2000 เป็นยุคถือกำเนิดของคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Y หรือ Gen Z การรักษาสุขภาพและการออกกำลังกายยิ่งถูกเน้นย้ำให้เป็นเรื่องสำคัญราวกับเป็นอุดมการณ์ (Ideology) สำคัญที่คนรุ่นนี้ต้องกระทำแบบขาดตกบกพร่องไปไม่ได้

ทั้งหมดถูกพิสูจน์ด้วยการแชร์บนโซเชียลมีเดียของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่มักจะแบ่งปันประสบการณ์การออกกำลัง ด้วยภาพ คลิปวีดีโอ หรือบทความขนาดสั้นและยาว แบ่งปันกันให้รับรู้และชมกันได้ง่าย ๆ ทุกเวลา ทุกเหตุการณ์ถูกถักทอสานกันขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งจนกลายเป็นเทรนด์ และเป็น Life Event ของคนในยุคสมัยนี้ไปแล้ว

ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของวิถีชีวิตเท่านั้นนะครับที่ Healthy Trend สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้ พลังของมันยังแผ่สานไปยังเรื่องต่าง ๆ ทั้งรูปแบบการออกกำลังกาย ธุรกิจ การรับประทานอาหาร งานอีเว้นท์ รวมถึงเรื่องแฟชั่น อีกมากมาย

Cover Story ฉบับนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปที่มีผลจากการบูมของเทรนด์สุขภาพในหลากหลายแง่มุม ซึ่งอาจจะทำให้คุณพบว่าพลังของมันนั้นสามารถสร้างอะไรให้เกิดขึ้นบนโลกนี้ได้บ้าง ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้คุณผู้อ่านทุกท่านลุกขึ้นมาออกกำลังกายรักษาสุขภาพกันบ้าง

 

 

1.เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของมนุษย์

แนวความคิดอ้างอิงถึงคุณภาพชีวิตที่สามารถสร้างได้ด้วยมือของตนเอง ได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจ หรือกรอบความคิดแบบเดิม ๆ ของคนในยุคเบบี้บูมเมอร์ที่มุ่งแสวงหาความมั่งคั่งอย่างเคร่งเครียดเพื่อสร้างฐานะความเป็นอยู่ที่ดี มีเงินทองเหลือเก็บจากการใช้ชีวิตเพื่อนำมาใช้รักษาตนเองในบั้นปลายไปจนหมด มาเป็นการให้ความสำคัญกับการสร้างสุขภาวะที่ดีในวันนี้ เดี๋ยวนี้ เพื่อจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในบั้นปลาย ประกอบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการมีเวลามากขึ้นของคนชั้นกลาง นวัตกรรมต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสมรรถภาพถูกนำมาวางขายในท้องตลาดกันอย่างแพร่หลาย ก็ยิ่งทำให้คนเจนนี้เข้าถึงการออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นเมื่อมองไปในสังคมทุกวันนี้ เราจึงเห็นคนจำนวนไม่น้อยปลุกตัวเองให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ทั้งการวิ่ง การปั่นจักรยาน การเล่นฟิตเนส โยคะ การเต้นแอโรบิค การตีแบตฯ หรือการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ แทบจะทุกเย็นหลังเลิกงาน มากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ใครจะมีเวลาเอื้ออำนวยเท่าไหร่ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินให้หันมาเน้นการกินอย่างมีคุณภาพด้วยอาหารคลีนไขมันต่ำรสชาติอร่อยกันอย่างมากมาย

ทั้งหมดเกิดขึ้นบนความเชื่อว่าการออกกำลังกายคือเครื่องมือหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองให้ดีขึ้นได้ ทั้งในแง่ของร่างกายและจิตใจ สามารถลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ต้องเจียดไปเป็นค่ายารักษาตัวเอง ปลดปล่อยพลังงานสะสมที่เป็นต้นเหตุของปัญหาน้ำหนักตัว ยืดอายุความเป็นหนุ่มสาวให้ยาวนานขึ้น ทั้งยังเป็นอีกทางหนึ่งที่พาตนเองออกไปพบประสบการณ์ใหม่ที่ท้าทายอีกด้วย

 

 

2. เปลี่ยนวิถีการออกกำลังกาย

C222C223

 

โลกที่หมุนเคลื่อนเลื่อนผ่านไปตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป สร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดขึ้นได้ทุกวินาที โลกของการออกกำลังกายก็เช่นกัน ปัจจุบันด้วยความที่กระแสการออกกำลังกายเป็นเรื่องฮิตในหมู่ชนคนรุ่นใหม่ รูปแบบการเล่น วิธีคิดในการประดิษฐ์กลุ่มการออกกำลังกายก็ล้วนได้รับการพัฒนาให้มีรายละเอียด และการมีส่วนร่วมให้มีความสนุกระหว่างผู้เล่นและครูฝึกมากขึ้น ที่สำคัญความสนุกและการให้ผลลัพธ์ก็มีมากขึ้น

ดังนั้นเลิกเบื่อการออกำลังกายแบบเดิม ๆ กันได้เลย เพราะเราอยากแนะนำการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตา ซึ่งของใหม่นี้ยังสามารถเรียกกระแสความสนใจให้คนบนสังคมออนไลน์ได้อย่างมากอีกด้วย ใครชอบแบบไหนก็ลองค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ค้นหาคลิปวิธีการเล่นได้ตามลายแทงรายละเอียดที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้

  1. Yoga Challenge รายการสอนโยคะบนโลกออนไลน์คิดค้นขึ้นโดย Kino MacGregor และ Kerri Verna ผู้ฝึกสอนฟิตเนสชื่อดังที่มีฟอลโลว์เวอร์บนอินสตาแกรมมากกว่า 900,000 คน ซึ่งในรายการดังกล่าวจะประกอบไปด้วยการออกกำลังกายแบบพื้นฐานที่จะช่วยให้ผู้ฝึกสามารถฝึกโยคะได้เองที่บ้าน
  2. CrossFit การออกกำลังกายสุดฮิตที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ใช้ระยะเวลาสั้น ๆ เน้นการออกกำลังกายหลาย ๆ อย่าง อาทิ การวิ่งในระยะสั้นด้วยความเร็ว, Box Jump, การโน้มสควอช์, โหนบาร์ และเบอร์พี (Burpees) สามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ในการร่างกายติดต่อกันถึง 48 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและลดไขมันในส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. Face Yoga เป็นการทำให้อวัยวะบนหน้าได้ขยับ การนวด และการกดจุด ไปลองทำดู โดยวิธีการนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าและคอกระชับขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งการนวดก็ยังจะช่วยให้ลดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ อาการหน้าบวม และใต้ตาคล้ำอีกด้วย นอกจากนี้การกดจุดก็จะช่วยให้พลังภายในร่างกายหมุนเวียนได้ดีและช่วยลดความตึงเครียดได้
  4. Orangetheory Fitness สตูดิโอออกกำลังกายมาแรงประจำปี 2015 ด้วยคอร์สการออกกำลังกายอย่างหนักตลอด 60 นาที ทั้งแบบคาร์ดิโอ และเวทเทรนนิ่งที่ออกแบบโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่หลังจากการออกกำลังกาย ทั้งนี้ในหลักสูตรการออกกำลังกายดังกล่าวยังได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมของผู้ออกกำลังกาย จึงทำให้ได้รับความนิยมในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา โคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน เม็กซิโก และสหราชอาณาจักรเป็นอย่างมาก
  5. Kettlebell อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ยังคงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะเป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่สามารถเสริมพละกำลังและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ ขณะที่เมื่อนำไปรวมกับการออกกำลังกายท่าต่าง ๆ แล้วก็ยิ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น
  6. Back Workouts หลักสูตรการออกกำลังกายของ Kathy Kaehler เน้นการออกกำลังกายที่หลังเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังเพื่อสร้างเสริมบุคลิกภาพที่ดี ทั้งนี้ท่าออกกำลังกายต่าง ๆ ที่อยู่ในหลักสูตรยังได้รับการแนะนำจากนักกายภาพบำบัดชื่อดังอย่าง Renée Garrison ว่าสามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บที่หลังส่วนล่างได้อีกด้วย
  7. Sandbell เป็นการออกกำลังกายโดยการยกถุงทรายขึ้นเหนือหัว ด้วยความที่ถุงทรายมีความอ่อนนุ่ม คุณจึงสามารถขว้างหรือกระโดดอยู่บนถุงทรายได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ลองออกกำลังกายด้วยท่าทางต่าง ๆ โดยใช้ถุงทรายนี้ท่าละ 45 นาที และใช้ถุงทรายที่มีน้ำหนักต่างกัน 3 ถุง เพื่อเพิ่มระดับความยาก จะได้ออกกำลังกายหนักขึ้นเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
  8. Nova การออกกำลังกายแนวใหม่เป็นการผสมผสานศาสตร์ของฟิตเนส โยคะ และพิลาทีสเข้าไว้ด้วยกัน การออกกำลังกายแบบนี้เหมาะกับคนที่กำลังมองหาวิธีที่จะช่วยเพิ่มพลัง เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย และยังช่วยกระชับกล้ามเนื้อมากขึ้น
  9. Gravity การออกกำลังกายแบบ “กราวิตี้” เพื่อให้แรงโน้มถ่วงมาช่วยต้านทานการเคลื่อนไหว โดยเป็นการออกกำลังกายบนเครื่องออกกำลังกายในยิมที่สามารถปรับความลาดชันได้ เพื่อให้น้ำหนักของคุณสร้างแรงต้านทาน จะทำให้มีพละกำลังและกล้ามเนื้อกระชับมากขึ้น

 

3. เปลี่ยนรูปแบบการรับประทานอาหาร

C225

ไม่ใช่แค่วิถีชีวิตและรูปแบบการออกกำลังกายเท่านั้นที่โดนเปลี่ยนแปลงจากการมาถึงของเทรนด์สุขภาพ อีกหนึ่งเรื่องหลักสำคัญที่เรื่องของเทนด์สุขภาพเข้าไปออกแบบรายละเอียดใหม่ ๆให้เกิดขึ้นลงลึกแก่นแกน นั่นคือเรื่องของการกินและการรับประทานอาหารประเภทต่าง ๆ ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้มีเทรนด์อาหารหลากรูปแบบที่นักโภชนาการได้พัฒนาสร้างสรรค์เกิดขึ้นมากมาย และแน่นอนว่าในปี 2016 ที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่นี้อาหารแบบไหน รวมถึงบุคลิกลักษณะการทานอาหารแบบใดที่กำลังได้รับการจับตา ลองไล่ดูรายละเอียดทีละแนวโน้มกันดู เผื่อมีเรื่องใดที่คุณสามารถนำไปปรับจูนให้ลงตัวกับชีวิตคุณได้

 

  • ปีแห่งเมล็ดถั่ว

สหประชาชาติประกาศให้ปี 2016 คือปีแห่งเมล็ดพืชที่กินได้ (Pulse) ก็คือถั่วต่าง ๆ ซึ่งจะถูกนำมาใช้ปรุงอาหาร รวมถึงการทดลองบดเมล็ดแห้งของถั่วรูปแบบต่าง ๆ ออกมาเป็นแป้งใช้ทำขนมปัง หรือทำขนมอบมากมาย แป้งเหล่านี้ให้ทั้งโปรตีนที่สูง เพียบไปด้วยกากใยและไฟเบอร์ ที่สำคัญยังเป็นวัตถุดิบที่ปลอดกลูเตนอีกด้วย

 

  • การปรุงอาหารด้วยแนวคิด Plant Based

Plant Based คือแนวทางการปรุงอาหารและการกินที่เน้นการกินพืชให้มากขึ้น กินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง (ไม่ได้เคร่งครัดเหมือนมังสวิรัติ) รวมถึงแนวคิดการปรุงหรือการค้นหาวิธีสนุก ๆ ที่จะนำพืชผักผลไม้มาใช้แทนเนื้อสัตว์

 

  • ทานอาหารที่เต็มเปี่ยมด้วยแบคทีเรียมีชีวิต (Probiotic)

การทานอาหารที่เต็มเปี่ยมด้วยแบคทีเรียมีชีวิต เพิ่มเติมลงไปในลำไส้ เป็นวิธีหนึ่งในการสร้างสุขภาพภายในที่แข็งแรง เพราะแบคทีเรียประเภทนี้มีความสำคัญกับระบบขับถ่าย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันเชื่อมต่อไปยังสมอง ช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ได้อีกด้วย อาหารที่เปี่ยมไปด้วย Probiotic ก็คือ โยเกิร์ต พืชผัก ผลไม้ และธัญพืชแบบโฮลเกรนนั่นเอง

 

  • ธัญพืชโบราณกลายเป็นอาหารแห่งอนาคต

ตอนนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่หันมาบริโภคธัญพืชแบบ 100 % เป็นมื้ออาหารหลัก ซึ่งธัญพืชเหล่านั้นล้วนเป็นเมล็ดพันธุ์โบราณในประวัติศาสตร์การกินของโลก อาทิ Kamut, Bulgur, Farro, Buckwheat, Quinoa, Millet, Amaranth, Sorghu ที่เป็นที่นิยมก็เพราะมีความเป็น Gluten Free อย่างหมดจด แถมมีวิตามิน B และกากไยไฟเบอร์สูงมาก ซึ่งธัญพืชเหล่านี้กำลังถูกกแพร่กระจายในตลาดอาหารในรูปแบบซีเรียลบาร์ และในรูปแบบอาหารแช่แข็งในปี 2016 เรื่อยไปจนถึงในอนาคตอันใกล้

 

  • ท๊อปปิ้งทุกจานอาหารด้วย Nooch

Nooch คือยีสต์ประกอบอาหารทำจากน้ำตาลอ้อยหรือกากน้ำตาลของต้น Beet (ก็คือบีทรูทส์) มีลักษณะเป็นเนื้อแน่นขาวจนมีคนเรียกมันว่า ‘Dairy Free Parmasean’ แน่นอนมันมีรสชีส คุณค่าทางอาหารประกอบด้วยโปรตีน 8 กรัม มีใยอาหาร 3 กรัม รับเพียง 1 ใน 4 ของถ้วยใส่คอนเฟล็ก ก็ได้รับวิตามิน B12 เป็น 3 เท่าที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน มันจึงเป็นท๊อปปิ้งยอดนิยมที่คนรุ่นใหม่มักจะนำทานร่วมกับพาสต้านาโช หรือนำมาจิ้มทานเล่นกับป๊อปคอร์นแทนชีสมัน ๆ นั่นเอง

 

  • การทานอาหารแบบ Nordic คืออาหารเมดิเตอร์เรเนียนแบบใหม่

อาหารเมดิเตอร์เรเนียน คือ หนึ่งในการปรุงอาหารสุขภาพ แต่ตอนนี้มันกำลังถูกแทนที่ด้วยวัฒนธรรมการปรุงอาหารแบบ Nordic ของชาวสแกนดิเนเวียนที่มีทั้งผลผลิตตามฤดูกาล น้ำมันคาโนลา ปลาทะเลน้ำหนาวไขมันสูง และ Skyr โยเกิร์ตของชาวไอซ์แลนด์ ซึ่งคุณงามความดีของการทานอาหารในแบบไวกิ้งนี้นักวิทยาศาสตร์ออกมายืนยันว่าสามารถลดความดันเลือด และลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

  • Biodynamic คือขั้นกว่าของ Organic

Biodynamic คือศัพท์ใหม่ในวงการโภชนาการ และเป็นเทรนด์ใหม่ที่จะสามารถกำหนดทิศทางของวงการอาหารในปัจจุบัน อาหารที่เรียกว่า Biodynamic ก็คือวัตถุดิบที่มาจากฟาร์มหรือแหล่งผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีความสะอาดปลอดสารเคมี สารกำจัดศัตรูพืชสังเคราะห์ และปุ๋ยเคมี ปัจจุบันห้างค้าปลีกรายใหญ่ของอเมริกากำลังสนับสนุนวัตถุดิบอาหารรูปแบบนี้ ทั้งยังมีประเภทสินค้าอีกไม่น้อยกว่า 30 แบรนด์ในรูปแบบของไวน์, อาหารแช่แข็ง, ซอสพาสตา, น้ำมันมะกอก, น้ำผลไม้ และชา ใช้แนวคิดนี้ผลิตสินค้าออกขาย

 

  • กินจิ้งหรีดเพื่อสุขภาพ

การกินจิ้งหรีดกำลังเป็นกระแสในฐานะอาหารรูปแบบใหม่สำหรับคนใส่ใจสุขภาพ ถึงขนาดที่ว่านักการเกษตรผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศออกมายืนยันว่า จิ้งหรีดคือโปรตีนแห่งอนาคตกันเลยทีเดียว ให้โปรตีนและเพียบไปด้วยแมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และแคลเซียม ไม่แพ้เนื้อวัว แต่มีไขมันต่ำกว่า ในการเลี้ยงการผลิตยังใช้ทั้งพื้นที่และน้ำในจำนวนน้อยกว่า ตอบโจทย์ความเป็นอาหารแห่งอนาคต ควบคู่ไปกับผลิตภาพอันยั่งยืนอีกด้วย ดังนั้นมากินจิ้งหรีดและแมลงกันเถอะ

 

  • กินอย่างมีสติ (Mindfulness) แนวทางการนับแคลฯ แบบใหม่

การอดอาหารไดเอท การนับแคลฯ หรือการชั่งน้ำหนักอาหารทานเพื่อลดความอ้วนจะถูกผลักไปให้พ้นทาง เพราะตอนนี้กระแสการกินอย่างสุขภาวะเริ่มต้นขึ้นได้ง่ายด้วยการใช้ทัศนคติของคุณเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการกิน พูดง่าย ๆ ก็คือการใช้สติรับรู้ว่ากำลังทานอะไร รสชาติเป็นอย่างไร และมีความสุขกับช่วงเวลานั้นอย่างละเมียด เพราะหากเรากินแบบไม่ใช้สติมาเป็นตัวกำหนด อย่างเช่น การกินของขบเคี้ยวระหว่างดูทีวี หรือระหว่างการเดินทาง ความเพลินนั้นจะทำให้คุณกินได้เรื่อย ๆ ๆ ๆ แบบไม่รู้จักอิ่ม ที่สำคัญทานอย่างมีสติแล้ว ก็อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะ

 

mkteventmag
No Comments

Post a Comment